1. วัตถุประสงค์ที่ออกแผน "Asia 3+"

2. ขอทราบหลักคิดในการออกสินค้าตัวนี้

3. ปัจจุบันมีบริษัทอื่นที่มีแผนความคุ้มครองในลักษณะนี้ขายหรือไม่

4. “ Asia 3+ ” ถือเป็นการประกันประเภทไหน

5. ดีกว่าประเภท 3 อย่างไร

6. ทำประเภท 3 หากถูกชาวบ้านชน เราก็เรียกคืนเองได้ไม่ใช่หรือ

7. ดีกว่าประเภท 1 ตรงไหน

8. รถประเภทไหน ที่เหมาะทำแบบ Asia 3+

9. จำกัดอายุรถ ยี่ห้อ หรือ รุ่นรถ หรือเปล่า

10.จำเป็นต้องมี พรบ.กับ เอเชียฯ ด้วยหรือไม่

11. คุณสมบัติของลูกค้าที่ควรทำประกันแผน Asia 3+ เป็นแบบไหน

12. ปกติเบี้ยประกันสำหรับรถเก๋งกับรถปิคอัพจะต่างกัน ทำไม Asia3+ จึงคิดอัตราเดียวกัน

13. คิดเบี้ยถูกแบบนี้ บริษัทไม่เจ๊งเหรอ จะมีปัญหาจ่ายเคลมไหม

14. ถ้าทำประกัน สามารถชำระเบี้ยประกันได้ด้วยวิธีการไหนบ้าง

15. เวลาเกิดเหตุแล้ว ซ่อมอู่ห้างได้หรือไม่

16. ทำไมต้องเก็บค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาทในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด

17. เหตุที่กำหนดวงเงินซ่อมรถประกันไว้ที่ 100,000 บาท

18. ทำไมคุ้มครองอุบัติเหตุแค่ 4 ที่นั่ง ประเภท 1 ทั่วไปเขาคุ้มครองถึง 7 ที่นั่ง

19. ปีนี้ไม่มีเคลม ปีหน้าต่ออายุจะมีส่วนลดประวัติหรือไม่

20. กรณีถูกชนเสียหาย 150,000 บาท เอเชียฯจะจ่ายอย่างไร

21. กรมการประกันภัยรับทราบการขายแบบนี้หรือไม่

22. ขณะนี้มีบริษัทอื่นออกประกันชั้น 1 แบบ Low Cost มา น่าจะดีกว่า Asia3+


1. วัตถุประสงค์ที่เอเชียประกันภัยออกแผน “ Asia 3+ ”

เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกการประกันแบบใหม่ ที่จ่ายเบี้ยไม่แพง แต่คุ้มครองรถที่ทำประกันด้วย



2. ขอทราบหลักคิดในการออกสินค้าตัวนี้

– ผู้บริโภคทุกคนชอบของดีราคาถูก แต่ในความเป็นจริงของดีราคาถูก “ไม่มี”
– บริษัทประกันที่ขายของดีและราคาถูกนั้น “ เคยมี ” แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว
– ปัจจุบันมีบางบริษัทที่ต้องการเงินมาหมุนหรือต้องการสร้างชื่อเสียงทางลัด โดยออกของดีและราคาถูกมาขาย แต่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตก็จะอยู่ไม่ได้ และจะสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกค้าในที่สุด เหมือนบริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย หรือ พาณิชยการประกันภัย
– สำหรับ Asia 3+ นั้น เราจัดเป็น “ ของดีราคาเหมาะสม ” เป็น “ กรมธรรม์แบบพอเพียง ”
– จากช่องว่างความแตกต่างซึ่งค่อนข้างมาก ของเบี้ยประกันและความคุ้มครองของการประกันรถยนต์ ประเภท 1 และ ประเภท 3 ทำให้เรากำหนดว่าควรมีสินค้าที่คุ้มครองพอเพียงในช่วงราคาที่ไม่เกิน 7,000 บาท (เบี้ยเฉลี่ยประเภท 1 ประมาณ 15,000 บาท และ ประเภท 3 ประมาณ 3 - 4,000 บาท)



3. ปัจจุบันมีบริษัทอื่นที่มีแผนความคุ้มครองในลักษณะนี้ขายหรือไม่

ไม่มี เอเชียฯเป็นผู้คิดริเริ่ม และ ได้อนุมัติจากกรมการประกันภัยให้จำหน่ายได้



4.“ Asia 3+ ” ถือเป็นการประกันประเภทไหน

ประเภท 3 เพราะ คุ้มครองบุคคลภายนอกเป็นฐานก่อน แล้วเพิ่มเติมความคุ้มครองในส่วนของรถที่ทำประกันเข้าไป เฉพาะสิ่งที่จำเป็น นั่นก็คือการชนกับยานพาหนะทางบก อาจเรียกเป็นประเภท 1/3 ก็ได้



5. ดีกว่าประเภท 3 อย่างไร

– ดีกว่าตรงที่คุ้มครองซ่อมรถที่ทำประกันให้เหมือนประเภท 1 (น้องๆประเภท 1)
– เวลาเกิดเหตุรถชนกัน ผู้เอาประกันก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเป็นฝ่ายผิดหรือถูกแต่อย่างใด เพราะเอเชียฯจะซ่อมให้หมด
– ถ้าทำประเภท 3 เวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วรู้ว่าเราเป็นฝ่ายถูกแน่ๆ โทร.เข้ามาแจ้งประกัน บริษัทโดยทั่วไปก็จะไม่ออกทำเคลมให้ เพราะไม่รู้ว่าจะไปรับผิดชอบจ่ายใคร
– หากเป็นประเภท 3 ปกติ ต้องเถียงให้เป็นฝ่ายชนะ เพื่อจะได้เรียกร้องค่าซ่อมรถของเราได้ หากเถียงแล้วแพ้ ก็ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมรถของเราเอง



6. ทำประเภท 3 หากถูกชาวบ้านชน เราก็เรียกคืนเองได้ไม่ใช่หรือ

ใช่เรียกได้ แต่จะมีปัญหา 2 ขั้น ได้แก่
– ขั้นที่ 1 ต้องให้คู่กรณียอมรับว่าเขาเป็นฝ่ายผิดให้ได้ก่อน ซึ่งโดยปกติเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่ชัดเจน ต่างคนต่างก็จะโทษว่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ ไม่มีใครที่จะยอมรับผิดง่ายๆ
– ขั้นที่ 2 เมื่อคู่กรณียอมรับผิดแล้ว หากเขามีประกันก็อาจเจอปัญหาการต่อรองราคาและการผัดผ่อนของบริษัทประกัน ซึ่งก็ยังดีกว่าอีกแบบ ที่คู่กรณีไม่มีประกันและบอกว่า “ไม่มีตังค์” หรือ “ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่ 500” ถ้าโชคร้ายไปเจอพวกหัวหมอบอกว่า “อยากได้ไปฟ้องเอา” นั่นแหละคือปัญหาของคนที่ทำประกันประเภท 3



7. ดีกว่าประเภท 1 ตรงไหน

ถ้าพูดถึงผลประโยชน์ตามกรมธรรม์แล้ว คงไม่ดีกว่าประเภท 1 แต่เมื่อพิจารณาความคุ้มครองเทียบกับเบี้ยประกันแล้ว ตอบได้เลยว่าคุ้มค่ากว่ามาก เพราะจ่ายเบี้ยประกันที่ถูกกันกว่าครึ่ง



8. รถประเภทไหน ที่เหมาะทำแบบ Asia 3+

– รถที่รับประกัน ได้แก่ รถเก๋ง , รถปิคอัพ และ รถตู้ที่ใช้ส่วนบุคคล
– รถที่น่าจะทำประกันแบบนี้ คือ รถบ้าน ที่ยอมรับการมีแผลขีดข่วนบนรถเล็กๆน้อยๆได้
– กลุ่มเป้าหมายหลักน่าจะเป็นรถใหม่ๆปี 2 เป็นต้นไป เพราะหากทำประเภท 1 ต่อ ก็ต้องเสียเบี้ยแพง และ Finance ก็ไม่ได้บังคับแล้ว หากเป็นรถเก่าก็ประเภท 7 ปีขึ้นไป เพราะรถกลุ่มนี้บริษัทประกันจะไม่รับประเภท 1 แล้ว
– รถที่ไม่เหมาะจะทำประกัน Asia3+ ก็คือ รถที่ทำประเภท 1 มานานต่อเนื่อง และได้รับส่วนลดประวัติในอัตรา 40% ขึ้นไป เพราะเบี้ยประกันจะอยู่ในระดับหมื่นต้นๆหรือไม่ถึงหมื่นอยู่แล้ว


9. จำกัดอายุรถ ยี่ห้อ หรือ รุ่นรถ หรือเปล่า

ไม่จำกัด ทั้งอายุ , ยี่ห้อ และ รุ่น ขอให้รถอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และเป็นประเภทที่รับประกันเท่านั้น



10. จำเป็นต้องมี พรบ.กับ เอเชียฯ ด้วยหรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะ เอเชียฯอยากเปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถทุกคนมีประกันดีๆแบบนี้


11. คุณสมบัติของลูกค้าที่ควรทำประกันแผน Asia 3+ เป็นแบบไหน

– แน่นอนอันดับแรกเลยก็คือ ไม่ต้องการจ่ายเบี้ยแพง
– ขับรถด้วยความระมัดระวังตามกฎจราจร เพราะถ้าเกิดเหตุก็จะเสียหายไม่มาก ซึ่งวงเงินซ่อมรถ 100,00 บาทนั้นพอเพียง
– ไม่ขี้หลงขี้ลืม ประเภทปล่อยกุญแจรถทิ้งไว้กับรถ ทั้งนี้เพราะ Asia3+ ไม่คุ้มครองรถหาย
– ไม่รักรถมากขนาด มีรอยข่วนนิดหน่อยก็ต้องรีบไปทำสีใหม่ ทั้งนี้เพราะ Asia3+ คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนกับพาหนะทางบกเท่านั้น ภาษาเคลมประกันเขาเรียกว่า “เคลมสด” คือ ชนเห็นๆ และมีคู่กรณี หากเป็นแผลที่เกิดจากการเฉี่ยวรั้วชนกระถางหรือ “เคลมแห้ง” นั้น ไม่คุ้มครอง



12. ปกติเบี้ยประกันสำหรับรถเก๋งกับรถปิคอัพจะต่างกัน ทำไม Asia3+ จึงคิดอัตราเดียวกัน

– จากสถิติการเคลมพบว่าอัตราการจ่ายสินไหมไม่แตกต่างกันมากนัก
– เพื่อความสะดวกในการซื้อขาย



13. 13. คิดเบี้ยถูกแบบนี้ บริษัทไม่เจ๊งเหรอ จะมีปัญหาจ่ายเคลมไหม

– จากสถิติพบว่าเหตุที่เบี้ยประเภท 1 สูง ก็เพราะบริษัทต้องรับผิดชอบซ่อมเคลมแห้งจุกจิกด้วย หากเป็นเคลมสดที่ Asia3+ คุ้มครองแล้ว เบี้ยระดับนี้บริษัทยังมีกำไรจ่ายเคลมได้ไม่มีปัญหา
– อัตราเบี้ยประกันที่ขายนี้ ก็ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากกรมการประกันภัยแล้ว


14. ถ้าทำประกัน สามารถชำระเบี้ยประกันได้ด้วยวิธีการไหนบ้าง

เงินสด , บัตรเครดิต , โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร แต่ที่สะดวกและคุ้มค่าที่สุดขอแนะนำให้ชำระด้วยบัตรเครดิต เพราะนอกจากจะได้คะแนนสะสมแล้ว ยังได้เครดิตการชำระเงินที่ยาวเป็นเดือน


15. เวลาเกิดเหตุแล้ว ซ่อมอู่ห้างได้หรือไม่

– อัตราเบี้ยประกันที่เสนอนี้เป็นอัตราเบี้ยที่ใช้กับการซ่อมอู่มาตรฐานของบริษัท
– เอเชียฯมีอู่ที่ได้มาตรฐานระดับอู่กลางของกรมการประกันภัยให้เลือกมากมาย
– แต่ถ้าลูกค้าประสงค์จะซ่อมอู่ห้าง หรือ อู่อื่นที่ต้องการ เอเชียฯสามารถจัดให้ได้ โดยอู่จะต้องเสนอราคาค่าซ่อมเข้ามาทำการคุมราคา โดยราคามาตรฐานก่อน
– เอเชียฯมีนโยบายที่ชัดเจนที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกอู่ได้ และไม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน



16. ทำไมต้องเก็บค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาทในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด

– จะเก็บเฉพาะการซ่อมรถเราเท่านั้น หากรถเราไม่มีแผล หรือ ไม่ต้องการซ่อม ก็ไม่เสีย
– ก็เพื่อให้เป็นไปตามหลักของการประกันภัยที่ต้องการให้ผู้เอาประกันมีความระวังมากขึ้น หากไม่เก็บเบี้ยประกันก็จะเพิ่มเป็น 8,800 บาท ซึ่งจะไม่ยุติธรรมกับคนที่ขับรถดีๆและไม่ชน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่



17. เหตุที่กำหนดวงเงินซ่อมรถประกันไว้ที่ 100,000 บาท

จากสถิติรถที่เกิดความเสียหาย 95% ซ่อมไม่เกิน 100,000 บาท



18. ทำไมคุ้มครองอุบัติเหตุแค่ 4 ที่นั่ง ประเภท 1 ทั่วไปเขาคุ้มครองถึง 7 ที่นั่ง

โดยปกติทั่วไปแล้ว คนขับรวมผู้โดยสารมักจะไม่เกิน 4 คน ส่วนที่ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองถึง 7 คนนั้นก็เพื่อเรียกเก็บเบี้ยสูงขึ้น เวลาจ่ายจริงก็จะจ่ายเท่ากับจำนวนคนในรถเท่านั้น



19. ปีนี้ไม่มีเคลม ปีหน้าต่ออายุจะมีส่วนลดประวัติหรือไม่

– ไม่มี เพราะลดเหมาไปเรียบร้อยแล้ว
– เบี้ยประกันเพิ่มเติมที่คิดในส่วนที่คุ้มครองการชนนั้นเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดตามที่ กรมการประกันภัยอนุมัติให้ขาย



20. กรณีถูกชนเสียหาย 150,000 บาท เอเชียฯจะจ่ายอย่างไร

– เอเชียฯจะรับผิดชอบค่าซ่อม 100,000 บาท ผู้เอาประกันรับผิดชอบเอง 50,000 บาท
– เมื่อเอเชียฯสวมสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ ก็จะคืนให้ผู้เอาประกันตามสัดส่วน เช่น เรียกคืนจากคู่กรณีได้ 90,000 บาท เอเชียฯก็จะเก็บไว้ 60,000 บาทและคืนให้เจ้าของรถ 30,000 บาท



21.กรมการประกันภัยรับทราบการขายแบบนี้หรือไม่

รับทราบและได้มีหนังสืออนุมัติอย่างเป็นทางการ



22. ขณะนี้มีบริษัทอื่นออกประกันชั้น 1 แบบ Low Cost มา น่าจะดีกว่า Asia3+

– ต้องศึกษาเงื่อนไขความคุ้มครองให้ดี เขามีข้อจำกัดความคุ้มครองหลายอย่าง รวมทั้งมีการกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกไว้สูงมากๆ ซึ่งคุณต้องจ่ายทุกครั้งเมื่อเคลม
– โปรดระวัง Low Cost = Low Class คุณซื้อประกันก็เพื่อความสบายใจไม่ใช่หรือ อย่าเสี่ยงกับของถูกเลย



Asia3Plus  :: Product   :: Service ::   Faq  ::   Payment ::   Contact
AsiaInsurance1950 Co., Ltd. ©